เป็นเหตุการณ์อีกครั้งที่ เกิดกับผม ตั้งแต่ผมจำความได้ในชีวิตผมมักจะมีอะไรใหม่ๆ มาเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่มันก็ไม่แปลกหรอกนะ เพราะทุก ๆ คนก็มีกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราจะยอมรับและเปลี่ยนแปลงตัวเองทันตามการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่เท่านั้นเอง
ก็คงเหมือนข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วไป ถ้าเกิดคุณเปลี่ยนแปลงมันไม่ทัน อย่างเช่น อกหัก ทำไมต้องฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง ทั้ง ๆ ที่บางครั้งความเปลี่ยนแปลงนั้นอาจทำให้ชีวิตคุณมีอะไรดีขึ้นก็ได้(อาจจะนะ) แต่การคิดในแง่ที่ดีเมื่อมีเกิดเหตุการณ์ร้าย ร้ายเข้ามานั้นดีกว่าที่คุณจะมานั่งเสียใจนะ (ผมว่า แต่ก็ทำยากแฮะ)
ชีวิตเด็กบ้านนอกคนนึง ซึ่งอยู่ไกลจาก กทม ไม่ต่ำกว่า 600 กิโลเมตร อยู่ดี ดี วันนึงก็เกิดเหตุการณ์ทำให้ต้องไปอยู่ที่ที่ซึ่งไกลจากที่เดิมไม่ต่ำกว่า 700 กิโลเมตร ทั้ง ๆที่เมื่อวานเค้ายังอยู่ที่เดิมอยู่ ด้วยอายุแค่ 12 ปี นี่เป็นแค่ครั้งหนี่งที่ผมจำความได้ ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลง ผมร้องไห้ นะ แต่ก็ต้องแอบ ๆ ก็ผมลูกผู้ชายนะ แต่ใครบอกว่าผู้ชายร้องไห้ไม่เป็น เป็นคุณล่ะ เคยอยู่กับพี่น้อง พ่อแม่ อยู่ดี ดี คุณก็ต้องไปอยู่ที่ไกล(มากนะ สมัยก่อน) ไปอยู่กับใครไม่รู้ เต็มไปหมด ร้อยพ่อพันแม่ (หอพักในโรงเรียน) เดือนนึงก็กลับสักครั้งไปยังบ้านญาติ
แต่ที่เล่ามานั้นไม่ได้เป็นเรื่องหลักที่ผมอยากเล่าให้ฟังหรอก แต่เรื่องที่ผมจะนำมาบอกกับทุกท่านที่เข้ามาอ่านคือ การเปลี่ยนแปลงที่มันจะเกิดขึ้นเอง หรือว่าเราเป็นคนเริ่มมัน (งงล่ะซิ) เรื่องของเรื่อง ผมทำงานอยู่ที่หนึ่งซึ่งเป็นที่แรกของการจบการศึกษา ที่ที่นี่ให้อะไรผมหลายๆ อย่าง หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน มีความเป็นมิตรมาก จนผมไม่อยากจากที่นี่ไป แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็ค หรอกครับ มันก็มีอะไรที่ไม่ดีเหมือนกัน แต่เมื่อผมต้องออกจากงานนี้เพื่อไปเริ่มงานใหม่ ผมไม่รู้จะแจ้งกับหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ยังไง แปลกดีนะ จิงๆ มันก็สิทธิ์ของเราก็แค่ลาออก แจ้งก่อน 1 เดือน แต่ใจมันหายไปเลยครับ ครั้งแรกที่ผมรู้ว่าผมได้งานที่ใหม่ ทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ได้หวังอะไรมาก ใจมันแป้ว(รู้จักมั้ย แป้วอ่ะ อยากรู้คุณลองนึกถึงตอนคุณเกือบโดนรถชน เกือบอะไรที่มันทำให้ตกใจน่ะ นั่นล่ะ ผมเรียกมันว่าแป้ว) ไม่รู้ทำไม ผมไม่รู้ว่าผมกลัวอะไรทำไมมันถึงแป้ว ผมกลัวการเริ่มต้นใหม่กับที่ทำงานใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ หรือ หัวหน้าใหม่ แต่แม่ผมก็เคยสอนผมว่า เราไม่ควรกลัวการเริ่มต้น หรือการเปลี่ยนแปลง เพราะแม่เคยมาแล้ว แม่กลัว เลยทำให้ชีวิตก็เหมือน ๆ เดิม
ผมอยากรู้ว่า คุณ ๆ น่ะ เป็นเหมือนผมรึป่าว
อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด
หรือว่า
ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่
มันจะไปจบที่ตรงไหนแต่จะยังไงก็ต้องไปให้ถึง
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อย ได้จดจำว่าครั้งนึงเคยก้าวไป
แค่คนที่เชื่อในความฝัน จะเหน็ดจะเหนื่อยก็ยังต้องเดินต่อไป
หายไปนาน กับบทความหรือข้อความ หรืออะไรก็ตามแล้วแต่จะเรียก กลับมาพร้อมเรื่องใหม่ๆ ที่จะเอามาระบายหรือเล่า ดีล่ะ??? แล้วแต่ผู้อ่านจะคิด (เป็นการบ้านละกัน คิดสักนิด สมองของท่านจะได้ใช้บ้าง อย่าให้มันเป็นแค่ที่เก็บขี้เลื่อยล่ะ)