หายไปนานกับกาลเวลา ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไม อยู่ดีๆ ก็หายไป เนี่ย ทำงานมาก็เกือบปีละ เฮ้อ ชีวิตการทำงานใน กทม. มันช่างแตกต่างกับความฝันตอนเรียนอยู่เหลือเกิน เพื่อนๆที่เคยเขียน blog ตอนนี้ก็หายไปหมดแล้ว ตอนแรกๆ ก็ดูเห่อดี นะ มีคนละ blog เลย แต่หายไปหมดแล้ว ยังคงเหลือเราที่ยังเข้ามาวนเวียนอ่าน ว่ามีความคืบหน้าของใครบ้างไหม แต่ตัวเราเองก็ไม่ได้มีข้อความใหม่ๆเลย
จริงๆ แล้วมีเรื่องตั้งเยอะตั้งแยะมาบอกเล่าสู่กันฟัง แต่ไม่ได้มาแบ่งปันเลย ที่ผ่านมาก็ไปเที่ยว วัดเขาสุกิม มา ตั้งอยู่ในจังหวัด จันทบุรี เคยไปมาแล้ว2-3 ครั้ง ตอนเป็นเด็กๆ คราวนี้กลับบ้านไปก็เลยพาแม่ไปเที่ยวสักหน่อย ถึงแม้ว่า แม่จะย้ายศาสนาไปนับถือ คริสต์แล้วก็ตาม แต่ผม ก็ยังเป็น พุทธ อยู่ดี พาไปดูอะไรเรื่อยเปื่อย ไปถึงก็เห็นสระน้ำที่เคยเห็นเมื่อตอนเป็นเด็กๆ เมื่อก่อนนะ มีปลาเยอะ เดี๋ยวนี้นะ โอ้โห ปลาไม่เยอะแต่ตัวใหญ่มากๆ ต้องไปเห็นกับตา เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา และก็มีพวก เต่า ตะพาบน้ำ ที่คนเค้ามาปล่อย เยอะพอสมควร แต่ตัวใหญ่จริงๆ ความรู้สึกที่เข้าไป ก็เปลี่ยนไปพอสมควร แต่หลายๆอย่างก็ยังเหมือนเดิม แต่ สิ่งแรกที่ผมอยากขึ้นไปดูนั้น คือ หมีควาย ที่ซึ่งวัดนี้เคยเลี้ยงไว้ มีหลายตัวเหมือนกันนะ แต่จำไม่ได้ว่ากี่ตัว แต่เมื่อพอขึ้นไป ปรากฏว่า ไม่มีแล้ว ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่ามีข่าวอยู่ช่วงหนึ่งเรื่องการเลี้ยงนี่ล่ะ สงสัยไปอยู่ในสวนสัตว์หมดแล้วมั้ง หลังจากนั้นก็ไปดูพวกของเก่าเก็บที่ ผู้คนได้บริจาคมา ทั้ง ชุดโต๊ะอาหาร (ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบริจาคพวกนี้ แปลกดี มีเยอะมากๆ) และก็มีหุ่นขี้ผึ้ง ที่ปั้นเป็นรูป หลวงพ่อ(เดี๋ยวนี้เป็นหลวงปู่แล้ว) สมชาย ผู้ที่พัฒนาวัดขึ้นมา อยู่ชั้น 3 ส่วนชั้น 4 ก็จะมีหุ่นขี้ผึ้งของ พระอาจารย์ดังๆ อยู่มากพอสมควร เหมือนจริงมาก ๆ ผมยังกลัวเลย นึกถึงตอนเด็ก ดูละครเรื่องห้องหุ่น โอ้โห น่ากลัวจัง หลังจากนั้นก็กลับ แค่นี้อ่ะ เมื่อยแล้ว ว่างๆ จะมาพิมพ์ใหม่นะ เจอกันเมื่อมีโอกาสละกัน
บาย
ผมมีรูปหล่อหลวงพ่อสมชายเป็นองค์แก้ว